วิธีบรรลุเป้าหมายสไตล์ผู้นำโลก

ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยผลักดันคุณไปสู่ความสำเร็จ แต่เพียงแค่นั้นยังไม่พอสำหรับผู้นำทียิ่งใหญ่ อดีตทูตสหรัฐมีคำแนะนำมาฝากคุณ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงประสบความสำเร็จอย่างมาก ขณะที่คนอื่น ๆ ที่มีความคิดสร้างสรรค์และชาญฉลาดกลับดูไม่โดดเด่น? มาร์ค เออร์วิน ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ อดีตทูตสหรัฐ และนักเขียนหนังสือเล่มใหม่ “พลังอำนาจ: 12 หลักการพลิกชีวิตของคุณจากคนธรรมดาเป็นผู้ยิ่งใหญ่” จะมาให้คำตอบที่แหลมคมกับคุณ

เออร์วิน อธิบายว่า คนเราส่วนใหญ่เคยได้ยินคำว่า “ฝันให้ไกล ไปให้ถึง” แต่ไม่เคยได้รับคำแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไร จึงจะไปสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ในโลกแห่งความจริงได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ 3 อย่างที่คนส่วนใหญ่ไม่มี ข่าวดีคือด้วยการพัฒนาคุณภาพในตัวเอง คุณก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายใหญ่ที่คุณฝันถึงได้

1. วิสัยทัศน์

ก่อนคุณจะบรรลุเป้าหมายใหญ่ใด ๆ คุณต้องมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเป้าหมายที่คุณพยายามจะไปให้ถึง ต่อให้วิสัยทัศน์นั้นจะดูสติเฟื่องในมุมมองคนของคนทั้งโลกก็ตาม ลองดูตัวอย่างจากบิล เกตส์ และพอล อัลเลน สมัยที่พวกเขาร่วมกันก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ “ลองนึกดูว่า การตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์เป็นแนวคิดไร้สาระขนาดไหนในปี 2518 ทั้งที่ซีรอกซ์ เพิ่งปิดแผนกคอมพิวเตอร์ของตัวเอง" นายเออร์วินกล่าว “แต่วันนี้ วิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของเกตส์คือภายในปี 2578 ประเทศยากจนจะหมดไปเกือบทั้งโลก นอกจากนี้ เกตส์ยังได้มหาเศรษฐีชื่อดังหลายคน รวมถึงวอร์เรน บัฟเฟตต์ มาร่วมผลักดันวิสัยทัศน์แห่งอนาคตนี้ และด้วยความช่วยเหลือดังกล่าว เกตส์ก็อาจประสบความสำเร็จได้”

2. ความวิริยะ

เออร์วิน ยกอีกตัวอย่างหนึ่งคือ “เจ เค โรว์ลิง” ผู้แต่งนิยายดังอย่าง “แฮร์รี พอตเตอร์” ซึ่งหลังจากลาออกจากวิทยาลัย 7 ปี เธอก็ประกาศว่า “ฉันเป็นความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันรู้จัก” เป็นเรื่องยากที่จะโต้แย้งคำพูดดังกล่าวได้ ช่วงนั้น โรว์ลิงไม่มีงานทำ ชีวิตคู่ต้องหย่าร้าง จนกลายเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกเพียงลำพัง และแพทย์ยังวินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้า

“แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่ฉลาดล้ำลึก เธอสามารถเปลี่ยนความล้มเหลวที่น่าสังเวชให้กลายเป็นโอกาสได้” นายเออร์วินกล่าว “นั่นเป็นสิ่งที่โรว์ลิงทำ”

เธออธิบายว่า “ความล้มเหลวหมายถึงการเอาสิ่งไม่สำคัญออกไป ดิฉันหยุดหลอกตัวเองว่าจะเป็นอะไรก็ได้มากกว่ายอมรับตัวตนที่เคยเป็น และเริ่มใช้พลังที่มีทั้งหมดในการทำงานที่สำคัญกับตัวดิฉันเท่านั้นให้สำเร็จลุล่วง”

ในความเป็นจริงแล้ว โรว์ลิง ตั้งข้อสังเกตว่า หากเธอประสบความสำเร็จมากกว่าด้วยวิธีธรรมดาในวันนั้น ก็อาจไม่มีหนังสือเรื่องแฮร์รี พอตเตอร์ในวันนี้

“สิ่งสำคัญคือไม่ว่าคุณจะล้มเหลวกี่ครั้ง คุณต้องประสบความสำเร็จสักครั้ง” เออร์วินเสริม

3. เพ่งสมาธิ

เออร์วิน ซึ่งเคยทำงานในรัฐบาลยุคอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน เคยเล่นกอล์ฟกับอดีตผู้นำคนนี้ครั้งหนึ่ง และคลินตัน เล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับการออกรอบกับยอดโปรอย่าง “แจ็ค นิคลอส” ในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น “เมื่อผมชนะเขาได้หลุมหนึ่ง แจ็คก็ไม่คุยกับผมอีกเลยใน 3 หลุมต่อมา”

เออร์วินถามคลินตันว่ารู้สึกเหมือนถูกทำร้ายจิตใจหรือไม่ แต่คลินตันตอบว่า “ไม่เลย ผมเข้าใจ เขาเป็นคนชอบแข่งขัน และการแพ้หนึ่งหลุมให้กับผม ซึ่งเป็นนักกอล์ฟฝีมือธรรมดาคงทำให้เขาช็อกและต้องเพ่งสมาธิอย่างหนัก ตอนนั้นเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมออกรอบกับเขาอยู่”

เรียนรู้ที่จะพัฒนาการเพ่งสมาธิไปยังเป้าหมายหรือการแก้ปัญหา นำข้อนี้ไปรวมกับความวิริยะและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการบรรลุ แล้วคุณก็จะประสบความสำเร็จจนหยุดไม่อยู่

source: inc.com

Published on September 26, 2016