4บทเรียนความสำเร็จแอพอาหารเอเชีย

การเติบโตของยอดผู้ใช้สมาร์ทโฟนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสูงถึง 1,480 ล้านคนในปี 2562 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้แอพพลิเคชั่นด้านอาหาร

แอพพลิเคชั่นอาหารบนมือถือ อาจเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้เมื่อเกิดอาการหิว และแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ ก็แพร่หลายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังมีคุณสมบัติมากมาย อย่างเช่น ซื้อวัตถุดิบ สั่งอาหาร จองร้านอาหาร และแม้แต่ดูเมนู

แม้ว่าเว็บไซต์อีมาร์เก็ตเทียร์ ดอท คอม ระบุว่า การเติบโตของยอดผู้ใช้สมาร์ทโฟนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสูงถึง 1,480 ล้านคนในปี 2562 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ แต่บางแอพพลิเคชั่น กลับล้มเหลวและปิดตัวลงจากหลายสาเหตุ  เริ่มจาก...

1. การแข่งขันอาจรุนแรง

ยาโคโป โรเวเร หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของฟู้ดแพนด้า ฟิลิปปินส์ บริการสั่งอาหารผ่านโทรศัพท์มือถือที่ให้บริการใน 24 ประเทศ กล่าวว่า การแข่งขันคือความท้าทายที่สุดอย่างหนึ่ง จึงต้องจัดระบบคลังสินค้าและบริการส่งสินค้าให้เหมาะสมในแต่ละตลาด และพันธมิตรที่ดีที่สุดเท่านั้นที่จะได้เซ็นสัญญากับฟู้ดแพนด้า ส่วนบริษัทก็ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเพื่อให้ทราบว่าบริษัทยังคงปรับปรุงในจุดใด แต่ยิ่งไปกว่านั้ บริษัทต้องเอาชนะการแข่งขันด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคด้วย

เมื่อปี 2558 ฟู้ดแพนด้า อินเดีย ปลดพนักงานกว่า 300 คน เนื่องจากเผชิญการแข่งขันกับสตาร์ทอัพคลื่นลูกใหม่ อย่าง โซมาโต แต่ฟู้ดแพนด้า ก็ยังไม่ถอนตัวออกจากอินเดีย

ราล์ฟ เวนเซล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของฟู้ดแพนด้า บอกว่า บริษัทเป็นหนึ่งในบริษัทอินเทอร์เน็ตเพียงไม่กี่รายในอินเดีย ที่ธุรกิจทำกำไรได้ ทั้งยังมองเห็นการเติบโตในประเทศนี้ตลอด 20 ปีข้างหน้าด้วย

2. หนทางไม่ราบรื่นเสมอไป

เมื่อใครสักคนอ่านรีวิวในแฟนเพจของฟู้ดแพนด้า ฟิลิปปินส์ จะเห็นว่า มีรีวิวในแง่ลบมากกว่ารีวิวชื่นชม คำวิจาณณ์เหล่านี้ มาจากลูกค้าที่ได้อาหารช้า หรือไม่ได้อาหารเลย ส่วนบางคนก็ได้อาหารที่เย็นแล้ว หรือได้อาหารที่ไม่ได้สั่ง ทั้งยังมีเสียงบ่นว่าราคาแพงเกินไปเนื่องจากค่าส่งแพง

โรเวเร บอกว่า บริษัทได้ปรับปรุงการขนส่งตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา และทุกประเทศที่เข้าไปทำธุรกิจก็ส่งอาหารไม่เกิน 45 นาที และบางครั้งก็ไม่ถึง 30 นาที ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะการแบ่งบันความรู้จากทุกประเทศที่ดำเนินงาน จากซอฟต์แวร์โลจิสติกส์ของบริษัท ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ส่วนวินเซล บอกว่า บริษัทได้เพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเร่งการขนส่ง และใช้โดรนเพื่อส่งอาหารในหลายตลาด อย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง อินเดีย ไทย และมาเลเซียแล้ว

3. อาหารไม่ได้กำไรมากนัก

มานิช เจธานี อดีตซีอีโอของสปูนจอย บอกว่า เหตุผลหนึ่งที่ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จคือความท้าทายจาก “เศรษฐศาสตร์ต่อหน่วย” ในอุตสาหกรรมอาหาร เศรษฐศาสตร์ต่อหน่วยวัดได้จากกำไรของแต่ละหน่วยผลิตภัณฑ์หรือบริการในธุรกิจโดยรวม ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคำนวณต้นทุนการผลิตและส่งอาหาร 1 มื้อ แล้วต่ำกว่ากับราคาที่คิดลูกค้า แปลว่าได้กำไร ถ้าหากกำไรดีพอก็จะทำให้ธุรกิจไปต่อได้ แต่ถ้าไม่ก็ต้องพิจารณาทางเลือกอื่นที่จะทำธุรกิจต่อไป

โรเวเร ยอมรับว่า เศรษฐศาสตร์ต่อหน่วยของธุรกิจอาหารท้าทายกว่าการขนส่ง และในบางตลาด ก็ยังไม่มีใครทราบว่าการส่งอาหารเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

4. การตลาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ

ความพร้อมในพื้นที่เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่มีผลต่อความสำเร็จของแอพพลิเคชั่นอาหารบนโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะดีหรือไม่ก็ตาม โกรเฟอร์ แอพพลิเคชั่นสินค้าของชำก็ปิดตัวเองลงใน 9 เมืองของอินเดียเมื่อปี 2558 เนืื่องจากมีผู้ใช้บริการน้อย ขณะเดียวกันโซเมโต้ ก็ปิดตัวลงใน 4 เมืองของอินเดีย เนื่องจากมีปริมาณสั่งซื้อไม่มากในเมืองดังกล่าว

ถึงอย่างนั้น การตลาดยังคงสำคัญ ซึ่งบิสสิเนสทูคอมมูนิตี้ กล่าวว่า การไม่มีกลยุทธ์การตลาดที่ทรงพลังพอก็ทำให้ไม่มีใครทราบข้อดีของผลิตภัณฑ์และบริการ สตาร์ทอัพแอพพลิเคชั่นมือถือส่วนใหญ่ที่ล้มเหลวมักใช้ทรัพยากรทั้งหมดในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น แต่พลาดด้านการตลาดทำให้ต้องปิดตัวในระยะเวลาอันสั้น

source: inc.com

Published on January 25, 2017