วิธีตั้งหลักหลังหยุดพักผ่อน

บางครั้งคนที่หยุดพักผ่อนก็ปรับโหมดอารมณ์เพื่อเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งได้ยากลำบาก หลังจากทำตัวชิลๆมาหลายวัน

นายอัชวิน เจยาปาลาซิงกัม ผู้ร่วมก่อตั้ง และหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารแคทช์ แดท บัส สตาร์ทอัพมาเลเซีย บอกว่า การหาเวลาหยุดพักผ่อนของเหล่าผู้ประกอบการหลายรายไม่ใช่เรื่องง่าย

นายโรฮัน ปาซารี ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเซียลโฟ สตาร์ทอัพสิงคโปร์ ก็บอกว่า เขามักจะต้องเช็คเมล์ทุกวันเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดติดขัด ไม่เว้นแม้แต่ช่วงไปเที่ยวพักผ่อน

ทุกคนต่างต้องการที่จะพักผ่อนบ้าง แต่แม้จะมีคนโชคดีได้ไปเที่ยวก็ยังไม่วายมีอุปสรรค เพราะบางครั้งคนเหล่านี้ก็ปรับโหมดอารมณ์เพื่อเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งได้ยากลำบาก หลังจากทำตัวชิลๆมาหลายวัน  และต่อไปนี้ คือข้อแนะนำที่จะช่วยให้คนที่พักผ่อนกลับมาทำงานให้ง่ายขึ้น

1.กำหนดงานและแผนล่วงหน้าก่อนไปเที่ยว 

นายแมทท์ สตราซ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเนมลี บอกว่า ก่อนจะพักงานไปเที่ยว ให้วางแผนเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนขณะที่คุณไม่อยู่ จะช่วยไม่ให้เกิดช่องว่าง และคุณก็ไม่ต้องกลับมาทำงานด้วยความรีบร้อน

2.อย่าจัดประชุมติดต่อกัน

นายเคลลี ริชาร์ดส์ บอกว่า คุณอาจจะอยากจัดประชุมให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ภายในวันเดียวเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป แต่อาจเป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์  จะดีกว่าหากทอดเวลาออกไปอย่างน้อย 1 วัน เมื่อกลับจากเที่ยว ก่อนที่จะเริ่มกลับมาทำงานตามปกติ

นายเดวิด ฟูเต ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเซนน์ยา แนะว่า ใช้เวลาวันแรกในที่ทำงานด้วยการทำตามคำแนะนำของทีมงาน และทบทวนสิ่งที่อาจพลาดไประหว่างคุณไปเที่ยว หรือคุณอาจเริ่มปัดฝุ่นกระบวนการทำงานในทีมคุณในคืนก่อนจะกลับไปทำงาน

นายฟูเต บอกด้วยว่า หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการกลับคืนสู่จังหวะการทำงานเดิมที่เคยทำก่อนวันหยุด ในฐานะที่เป็นหัวหน้า เขามักจะคาดหวังเรื่องการจับจังหวะการทำงานใหม่ จึงต้องใช้เวลาคืนก่อนไปทำงาน ทบทวนข้อมูลที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่อยู่เพื่อทำงานได้เร็วขึ้น

3.ใช้ช่วงพักผ่อนปรับโฟกัสการทำงาน

คุณสามารถใช้โอกาสนี้ ปรับโฟกัสการทำงานใหม่ ทบทวนกระบวนการการทำงานของคุณ ตั้งเป้าหมายใหม่ และวางแผนสำหรับอนาคต

นางฟรานซีน เลเดเรอร์ นักจิตวิทยาในนครลอสแองเจลิส ของสหรัฐ กล่าวว่า ผลกระทบของการใช้วันหยุดที่มีผลต่อจิตใจมีความลึกซึ้ง คนส่วนมากมีทัศนคติที่ดีขึ้น และมีแรงจูงใจมากขึ้นหลังจากได้พักผ่อน แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

ดังนั้น ใช้ผลกระทบด้านดีที่เห็นชัดเจนที่สุด และใช้ช่วงเวลานี้ประเมินสถานะของคุณ  และตั้งเป้าหมายระยะยาว

4.ก้าวต่อไป

นายฟูเต บอกว่า ไม่มีอะไรที่จะทำให้เลือดสูบฉีดได้ดีกว่าการออกกำลังกายที่ดี การออกกำลังกายช่วยให้เขาผ่านช่วงเวลาแย่ๆไปได้ ไม่ว่าจะเป็นมวยไทย ว่ายน้ำ หรือไปโรงยิม เขาจะออกกำลังกายก่อนทำงานให้บ่อยที่สุด เพราะช่วยให้มีพลังและช่วยให้เขามีสมาธิจดจ่อกับงาน

source: inc.com

Published on January 25, 2017