เจาะ'ข้อดี-ข้อเสีย'คุมกิจการด้วยมือถือ

‘ไมเคิล โช’ เผยข้อดีและข้อเสียในการควบคุมกิจการจากมือถือไอโฟนในสัปดาห์เดียว

โชบอกว่า ตอนที่แอ๊ปเปิ้ลเปิดตัวไอโฟนเขาไม่ได้สนใจเลย เพราะสำหรับเขามือถือมีไว้โทรและรับส่งข้อความเท่านั้น

ในเวลานั้น เขากำลังเรียนระดับวิทยาลัยและยังไม่เข้าใจถึงอิทธิพลของมือถือ และ 8 ปีต่อมา เขาก็พบว่าในแต่ละวันมือถือของเขามีการโอนย้ายข้อมูลมหาศาล

เครื่องมือการสื่อสารอย่าง “สแล็ค” (Slack) “เทรลโล” (Trello) และ “กูเกิล ดอคส์” (Google docs) ไม่ใช่แค่ใช้งานบนมือถือได้เท่านั้น แต่ยังใช้ได้อย่างสนุกด้วย ประกอบกับไอโฟนที่มีการอัพเกรดเรื่องความเร็วและขนาดอยู่เป็นประจำ จึงทำให้การทำงานจากมือถือง่ายดายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ชัดเจนว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่อนาคตมือถืออย่างเต็มตัว ด้วยสัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ในสหรัฐกว่า 75% การวิวัฒนาการของการทำงานจึงมีความสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ แต่เนื่องจากบริษัทของโชช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับอนาคตการทำงาน มือถือจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก

โชถามตัวเองว่า จะเหนื่อยเปล่าไหม และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะควบคุมบริษัทมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ของเขาจากมือถือเพียงเครื่องเดียว

หลังเขาลองทำอยู่ 1 สัปดาห์ สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้น

ข้อดี:

1.ช่วยให้คุณมีสมาธิ

ในฐานะซีอีโอของบริษัทอินเทอร์เน็ตที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 2 แห่ง โชไม่มีทางเลือกนอกจากทำตัวให้เป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่การพยายามทำหลายอย่างในคราวเดียวเป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่

จากการศึกษาหลายครั้งพิสูจน์ว่า เป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน หน้าจอเล็ก ๆ บนมือถือของคุณบังคับให้คุณต้องมีสมาธิได้ทีละเรื่อง เมื่อโชพิมพ์งานบนคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป การเขียนบล็อกทั่วไปต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง แต่เมื่อเขียนบนมือถือ เขาใช้เวลาเพียง 30 นาที เร็วกว่าเดิมถึง 4 เท่า

2.ช่วยให้คุณเป็นนักสื่อสารที่เก่งขึ้น

เมื่อคุณส่งข้อความหาเพื่อนร่วมงานผ่านมือถือ คำพูดจะกระชับได้ใจความมากขึ้น คุณจะประสบความสำเร็จได้มากน้อยเพียงใดส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่าคุณสื่อสารได้ดีขนาดไหน ความจำระยะสั้นของเราสามารถจำข้อมูลได้ 5-9 เรื่องต่อครั้ง สมองของเราจึงต้องการข้อความที่เข้าใจง่ายมากกว่า

3.ช่วยขจัดอุปสรรคในการเริ่มทำงาน

ขณะทำงานสมองของโชเชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์ และเนื่องจากการทำงานมักมีความท้าทาย สมองของเขาก็จะขี้เกียจและพยายามเลี่ยงงานเหล่านี้

ขณะเดียวกัน สมองของเขาสามารถเชื่อมโยงกับมือถือด้วยความเพลิดเพลิน เมื่อเขาเปลี่ยนมาทำงานผ่านมือถือ อุปสรรคในการเริ่มทำงานก็หายไป เขาสามารถนอนบนโซฟาเขียนบล็อกได้ทันทีและไม่รู้สึกเหมือนทำงานเลย แต่เหมือนส่งข้อความหาเพื่อนมากกว่า

ข้อเสีย: การทำงานผ่านมือถือไม่ได้ดีไปหมดทุกเรื่อง

1.พิมพ์ได้ช้าลง

แม้จะเป็นคนเขียนบล็อกได้เร็ว แต่ในกรณีอื่น ๆ โชก็พิมพ์บนมือถือได้ไม่เร็วมาก และแอพพลิเคชั่นบางอย่างก็ใช้กับแล็ปท็อปได้ง่ายกว่าบนมือถือ

2.ทรมานร่างกาย

หลังจากคุมกิจการผ่านมือถือได้ 2 วัน โชก็รู้สึกปวดมือ และสุดท้ายเขาต้องหยุดใช้มือถือเพราะทนอาการปวดไม่ไหว ซึ่งกรณีของเขาคืออาการเอ็นอักเสบจนทำให้นิ้วหัวแม่มือล็อค หรือที่เรียกว่าอาการ “แบล็คเบอร์รี่ ธัมบ์” ซึ่งเกิดจากการใช้หัวแม่มือพิมพ์มือถือซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน

นอกจากนี้ การทำงานจากมือถือเป็นเวลาหลายชั่วโมงยังทำให้เขามีปัญหาเรื่องดวงตา เพราะต้องจับมือถือใกล้กับหน้ามากขึ้น ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา ซึ่งนำไปสู่อาการดวงตาอ่อนล้าและสายตาเบลอชั่วขณะ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางร่างกายทั้งสองข้อสามารถแก้ได้ง่าย ๆ โดยลินน์ บาสซินี นักกายภาพมือระดับมืออาชีพ แนะนำว่า ไม่ควรจิ้มหน้าจอแรงมากเกิดไป และใช้เล็บนิ้วโป้งในการเลื่อนจอมือถือ

สำหรับเรื่องดวงตาอ่อนล้า มาโยคลินิกแนะนำสูตร “20-20-20” ทุก ๆ 20 นาที ให้ละสายตาจากมือถือและมองห่างออกไป 20 ฟุตเป็นเวลา 20 วินาที

แม้ว่าการทำงานจากมือถือยังไม่เหมาะกับงานทุกด้าน แต่ก็ดีกับงานส่วนใหญ่ หลังจากที่โชได้ทดลอง เขารู้สึกมั่นใจว่าเราจะเข้าสู่ยุคการทำงานผ่านมือถืออย่างเต็มตัวภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้เขาสงสัยว่าหากโลกไม่มีการทำงานผ่านหน้าจอมือถือจะเป็นอย่างไร และจากความเป็นได้ในขณะนี้ เขาจำเป็นต้องทำการทดลองเรื่องนี้อีกครั้งในเร็ว ๆ นี้

 

source: inc.com

Published on February 7, 2017