ชนะเลือกตั้งด้วยเฟซบุ๊ค

ก่อนการเลือกตั้งปธน.ฟิลิปปินส์ หน้า“นิวส์ฟีด” เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวฟิลิปปินส์เต็มไปด้วยโพสต์และความเห็นการเมือง

ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา หน้า "นิวส์ฟีด" เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวฟิลิปปินส์เต็มไปด้วยโพสต์และการแสดงความเห็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งยังมีการแชร์ข่าว วีดิโอ และอินโฟกราฟิกหลายร้อยครั้งจากผู้สนับสนุนและผู้วิพากษ์วิจารณ์ 

ชาวฟิลิปปินส์ก็ติดโซเชียลมีเดียเช่นกัน โดยข้อมูลของนายแดน เนียรี รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเฟซบุ๊ค เผยในบัญชีเฟซบุ๊คของเขาว่า คน 49 ล้านคนทั่วประเทศนี้เข้าใช้งานเฟซบุ๊คทุกๆ เดือน ส่วนข้อมูลของ อีมาร์เก็ตเตอร์ บริษัทวิจัยตลาดไอที ให้ข้อมูลว่า ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในฟิลิปปินส์มีจำนวนราว 6.6 ล้านคนเมื่อปี 2558 หรือคิดเป็น 12.2% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งประเทศ นอกจากนี้ข้อมูลของอินเทอร์เน็ตไลฟ์สแตทส์ บอกว่า ชาวฟิลิปปินส์มีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ 43.5% 

ถึงอย่างนั้น ผู้ที่จะได้รับเลือกให้เป็นผู้นำประเทศมีเพียงคนเดียวเท่านั้น และนี่คือบทเรียน 3 ข้อจากโซเชียลมีเดียสำหรับการหาเสียงของผู้ที่ต้องการส่งข้อความของตัวเองไปยังคนทุกกลุ่ม

1. ต้องได้รับการพูดถึงมากที่สุด

จากผู้ลงสมัครประธานาธิบดีทั้ง 5 คน นายโรดริโก ดูเตอร์เต ที่เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ก่อนได้รับเลือกตั้งเป็นผู้นำคนใหม่ ถูกพูดถึงมากที่สุดในเฟซบุ๊ค ตามข้อมูลข่าวแจกของเฟซบุ๊คที่อ้างการรายงานข่าวหลายชิ้น โดยตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2558-20 เม.ย. 2559 คนราว 17.9 ล้านคนทั่วโลกต่างมีส่วนร่วมในบทสนทนาเกี่ยวกับการเลือกตั้งฟิลิปปินส์ และจากการตอบโต้ในเว็บไซต์ 167 ล้านครั้ง อย่างเช่น การกดไลค์ โพสต์ แสดงความเห็น หรือแชร์ บนเฟซบุ๊ค นายดูเตอร์เตถูกพูดถึงในการสนทนา 68% ขณะที่นายมาร์ รอฮาส อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยถูกพูดถึงรองลงมาที่ 46% ส่วนนางสาวเกรซ โพ สมาชิกวุฒิสภา ตามเป็นอันดับ 3 ที่ 42%

นางสาวโจแอนนา แองเจลา มาร์ซาน ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์ที่เคยร่วมงานกับการหาเสียงทางการเมืองหลายครั้งตั้งแต่ปี 2547-2556 บอกว่า ในยุคของโซเชียลมีเดีย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "พาดหัวข่าว" นายดูเตอร์เตมีความเก่งกาจในการทำให้คนพูดถึง ข้อความของเขาสั้นกระชับและตรงประเด็น เธอเสริมว่า แม้แต่มุกตลกของเขาก็ทำให้คำพูดปราศรัยที่แปลกประหลาดกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในโซเชียลได้

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องระมัดระวังเนื่องจากการสนทนาในเฟซบุ๊คอาจมีทั้งผลดีและผลเสีย ตามการรายงานของสำนักข่าว “ซีเอ็นเอ็น” ที่อ้างข่าวแจกของเฟซบุ๊ค ระบุว่า การพูดถึงนายดูเตอร์เตขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา เมื่อวีดิโอที่เขาพูดถึงการข่มขืนผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ชาวออสเตรเลียแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต

2. ภาพเดียวมีค่ามากกว่าคำพันคำ (และอาจเยอะกว่านั้น)
คนทั่วไปเข้าใจแนวคิดต่างๆ ได้ดีกว่าเมื่อผ่านภาพและอินโฟกราฟิกที่โดนใจ ซึ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้ง สื่อเหล่านี้มีความสำคัญในการทำให้ผู้ลงคะแนนจดจนำถึงนโยบายและจุดยืนของผู้สมัคร นอกจากนี้ อินโฟกราฟิกยังเข้าใจได้ง่าย ซึ่งทำให้มีการแชร์ต่อกันง่ายขึ้นเมื่อปรากฏบนนิวส์ฟีดของคนทั่วไป

นายรอฮาส ก็นำอินโฟกราฟิกมาแสดงถึงนโยบายหาเสียงของเขา อย่างเช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน การสร้างอาชีพที่มีคุณภาพ และการดูแลสุขภาพที่เป็นสากล เช่นเดียวกัน นายเจโจมาร์ บิเนย์ ก็ได้โพสต์อินโฟกราฟิกลงบนหน้าแฟนเพจของเขาที่ระบุว่า เขาจะลดภาษีเงินได้ของผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 เปโซลง

3. เปิดเผยและมีไหวพริบ
ผู้คนชอบเสียงหัวเราะที่จริงใจ เมื่อเข้าชมหน้าไทม์ไลน์ในเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ของผู้สมัคร ซึ่งผู้สมัครเป็นประธานาธิบดีอีกคน นางสาวมิเรียม ดีเฟนเซอร์ ซานติอาโก ก็ได้รับความนิยมเนื่องจากความกล้าหาญและไหวพริบที่เป็นที่จดจำในสื่อเก่าและสื่อใหม่ ครั้งหนึ่งเธอเคยทวีตว่า “ฉันพบว่าทำไมนักการเมืองที่โกงบ้านโกงเมืองถึงไม่ทำอะไรเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาเลย ก็เพราะว่าพวกเขากลับผู้ลงคะแนนที่มีการศึกษา” และมีผู้มากดไลค์เธอ 1,008 ครั้ง และรีทวีตข้อความนี้ 667 ครั้ง

เธอมีจำนวนผู้ติดตามในเฟซบุ๊คสูงที่สุดที่ 3.5 ล้านคน และทวิตเตอร์ 2.5 ล้านคน ส่วนนางสาวโพมีผู้ติดตามรองลงมา โดยเฟซบุ๊คมี 3 ล้านคน และ ทวิตเตอร์ที่ประมาณ 83,000 คน ถึงอย่างนั้น ความนิยมในโซเชียลมีเดียก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นที่ชื่นชอบเมื่อเลือกตั้งจริงๆ เสมอไป เมื่อนางสาวซานติอาโกอยู่อันดับท้ายๆ ในการสำรวจความเห็นหลายครั้ง ขณะที่นางสาวโพอยู่อันดับต้นๆ ตลอด

ส่วนนายดูเตอร์เต นางสาวมาร์ซานก็ไม่คิดว่าเขาเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียเหนือกว่าผู้สมัครคนอื่นๆนัก แต่ในความคิดของเธอ เขาเป็นผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และเสริมว่า ตั้งแต่เขาเป็นผู้สมัครระดับประเทศคนเดียวที่กล้าใช้คำสบถอย่างเปิดเผยเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเอง เขาก็มีความน่าสนใจและแตกต่างขึ้นมา
 




source: bangkokbiznews.com

Published on May 10, 2016