ถอดบทเรียนกูรูอสังหาฯสิงคโปร์

อพาร์ทเม้นท์ของครอบครัว สตีฟ เมลฮูอิช ถูกนำออกขายกระทันหัน ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจกับระบบข้อมูลข่าวสารด้านอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์

ความจำเป็น หรือสถานการณ์บีบบังคับมักนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอ ในกรณีของพรอพเพอร์ตี้กูรู ความจำเป็นที่ว่ามาในรูปแบบของคำประกาศไล่ออกจากที่พักจากศาลที่ส่งถึงสตีฟ เมลฮูอิช ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเมื่อสิบกว่าปีก่อน ในสิงคโปร์ โดยอพาร์ทเมนท์ที่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในขณะนั้นถูกนำออกขาย ทำให้ครอบครัวเขาต้องย้ายออกอย่างกระทันหัน แต่สิ่งที่ทำให้เมลฮูอิชรู้สึกไม่พอใจอย่างมากคือข้อมูลข่าวสารด้านอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ช่วงนั้นถูกจำกัดอย่างมาก โดยเฉพาะต่อสื่อสิ่งพิมพ์

เมลฮูอิช จึงเริ่มผันตัวเองจากผู้ประกอบการในธุรกิจหนังสือการ์ตูนมาเป็นเจ้าพ่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ ที่ปัจจุบัน มีเครือข่ายกว้างไกล รวมถึง PropertyGuru.com.sg, CommercialGuru.com.sg, PropertyGuru.com.my, Rumah.com and DDProperty.com และทุกวันนี้ พร็อพเพอร์ตี้กูรู มียอดผู้เข้าชม 104 ล้านครั้ง มีลูกค้าเดือนละ 14 ล้านคน มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เข้ามาจดทะเบียนด้วย 1.3 ล้านแห่ง และมีการทำธุรกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ต่อปี คิดเป็นมูลค่าระหว่าง 8,800ล้านดอลลาร์-10,370 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 10% ของมูลค่าการทำธุรกรรมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งภูมิภาค

หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการเป็นบริษัทสตาร์ท-อัพด้านอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ เมลฮูอิช ก็สามารถสรุปบทเรียนหลักๆเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจนี้ได้ 5 ข้อคือ...

1.มุ่งมั่นในสิ่งที่ทำแม้ไม่มีความรู้ในสิ่งนั้น
สิบปีก่อน เมลฮูอิช ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ และช่วงก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่สิงคโปร์ เขาก็ทำธุรกิจหนังสือการ์ตูน ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับธุรกิจค้าขายที่ดิน แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเป็นอุปสรรคในการก่อตั้งบริษัทพร็อพเพอร์ตี้กูรู และการสวมบทเป็นคนหาที่ดินทำเลทอง หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ขายได้ราคาดีด้วยตัวเอง ทำให้เมลฮูอิช รู้ดีว่าลูกค้ากระเป๋าหนักทั้งหลายต้องการอะไรจึงทำให้เว็บไซต์ของเขาได้รับความนิยมอย่างมาก

ในปี 2554 หลังจากทำกำไรมาได้สองปีติดต่อกัน พร็อพเพอร์ตี้กูรูก็ขยายธุรกิจเข้าไปประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากมาเลเซีย (ฟูลเฮาส์) แล้วก็ไทย (ดีดี พร็อพเพอร์ตี้) จากนั้นก็อินโดนีเซีย (รูมาห์) ในขณะนั้น บริษัทมีพนักงาน 70 คน

2.หาจุดอ่อนตัวเองและเติมเต็มด้วยจุดแข็งของหุ้นส่วน
เมลฮูอิช รู้ดีว่าเขามีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด พัฒนาธุรกิจและการเงิน และเขาก็รู้ว่าผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทของเขาคือ จานิ รอเทียเนน เชี่ยวชาญเรื่องแพลทฟอร์มและผลิตภัณฑ์ของพร็อพเพอร์ตี้กูรูมากกว่าเขาแต่รอเทียเนน มักเดินทางไป-มาระหว่างอินเดียและสิงคโปร์เป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่สุดท้าย ทั้งเขาและรอเทียเนน ก็หาวิธีทำงานร่วมกันได้แม้การจัดสรรเวลาค่อนข้างจำกัด
เกือบสิบปีต่อมา ในปี 2558 พร็อพเพอร์ตี้กูรู เข้าซื้อกิจการเอ็นไซน์ มีเดีย ซึ่งมีฐานอยู่ในสิงคโปร์ แต่ดำเนินงานในประเทศไทยโดยบริษัทเอนไซน์ มีพร็อพเพอร์ตี้ รีพอร์ท นิตยสารด้านอสังหาริมทรัพย์หรูหราที่มีผู้อ่าน 70,000 คน และตีพิมพ์เรื่องราวต่างๆทั้งในออนไลน์และสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไปประมาณเดือนละ 100 ชิ้น

3.หวาดระแวงอยู่เสมอ
การทำตัวเป็นคนที่มีความหวาดระแวงเสมอ ทำให้พร็อพเพอร์ตี้กูรู สามารถแข่งขันกับคู่แข่งอื่นๆได้อย่างสบาย ตัวอย่างเช่น ก่อนจะเปิดตัวเว็บไซต์ บริษัทคู่แข่ง3แห่งคือเอสที 701 ม็อคคา และไอพร็อพเพอรฺ์ตี้ต่างก็เปิดตัวเว็บไซต์ด้วย ทั้งเมลฮูอิช และรอเทียเนนต่างก็จับตามองการเคลื่อนไหวของเว็บไซต์เหล่านี้ตลอดเวลา และเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี การแข่งขันก็เริ่มดุเดือดขึ้น มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น แถมเป็นผู้เล่นระดับโลก อย่าง นิวส์คอร์ป และ 99.co. ทำให้สองผู้บริหารของพร็อพเพอร์ตี้กูรู ยิ่งสอดส่องการเคลื่อนไหวของคู่แข่งเหล่านี้มากขึ้น สมกับคำกล่าวที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

4.มีความยืดหยุ่นสูง
เพื่อระดมเงินสด พร็อพเพอร์ตี้กูรู ได้ประกาศเมื่อต้นปีว่ามีแผนนำหุ้นออกขายแก่สาธารณชนครั้งแรก (ไอพีโอ)ในปีนี้ แต่ในปี 2558 มีเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆมูลค่า 175 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์จาก3บริษัทคือทีพีจี เอมเท็ก และสแควร์ เพก แคปิตัล เข้ามาสู่บริษัท และเมื่อมีเงินสดมากมายขนาดนี้ ทำให้สองผู้บริหาร ตัดสินใจเลื่อนการทำไอพีโอออกไป

5.เปิดรับเทรนด์ตลาดเกิดใหม่
ช่วงสองสามปีมานี้ เป็นช่วงขาขึ้นของเศรษฐกิจใหม่ เทรนด์ธุรกิจสื่อและเทคโนโลยี ซึ่งพร็อพเพอร์ตี้กูรูก็โหนกระแสนี้ตลอด ดังจะเห็นได้จากการที่บริษัทพยายามสนับสนุนให้เกิดการรับรู้ด้านแบรนด์ไปทั่วภูมิภาคอาเซียน ไม่ใช่แค่ในฐานะเป็นโบรกเกอร์ข้อมูลเท่านั้น แต่พยายามทำให้ผู้บริโภคในอาเซียน รับรู้ว่าพร็อพเพอร์ตี้กูรู เป็นบริษัทที่มีอิทธิพลทางความคิด เมื่อต้องการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วย เรียกได้ว่า เตรียมพร้อมรับการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มที่

source: bangkokbiznews.com

Published on May 17, 2016