เคล็ด(ไม่ลับ) สร้างผู้นำโปร่งใส

ในฐานะเจ้าของบริษัท คุณต้องพยายามนั่งประชุม และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบใหม่แทบทุกครั้ง โดยที่ไม่ปล่อยให้ลูกจ้างของคุณหยุดพักหายใจ

แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครที่สามารถทำทุกอย่างได้ (หรือมีทักษะที่จะทำทุกอย่างได้) ถ้าคุณอยากเป็นผู้นำที่ดีกว่านี้ คุณจำเป็นต้องปรับทักษะความเป็นผู้นำเพื่อเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

บ่อยครั้งที่เรามักโฟกัสไปที่การประเมินคนอื่น แต่เรามักลืมมองตัวเอง ซึ่งมีตัวอย่างมากมายในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมสมัยของผู้คน ตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จนถึงซีรีส์ "เบรกกิง แบด" ซึ่งคนที่ขาดความตระหนักรู้ในตนเองจะพบกับความตกต่ำในที่สุดและถ้าคุณยังประหม่า ให้ลองมองดู"ริชาร์ด แบรนด์สัน" เจ้าของเวอร์จิน กรุ๊ป เขาคือนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จที่มักยอมรับข้อด้อย และความล้มเหลวของตัวเองเสมอ เพราะฉะนั้นแค่สังเกตตัวเองอย่างละเอียด คุณก็สามารถบริหารธุรกิจให้ก้าวหน้าได้

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับ 3 ข้อที่ช่วยให้คุณเป็นผู้นำที่โปร่งใสได้
1) เขียนข้อเสียของตัวเองออกมา
ขั้นตอนแรกในการแก้ปัญหานี้คือ ต้องระบุข้อเสียของตัวเองเหมือนอย่างที่นายแดน ซุลลิแวน เคยพูดไว้เมื่อหลายปีก่อน นี่อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายในการมองตัวเอง แต่จะมีประโยชน์มากถ้าเราเขียนออกมา ถ้าทีมที่มีลูกน้องตระหนักในคุณค่าของตัวเองต่ำ จะส่งผลให้การตัดสินใจแย่ลง รวมถึงทักษะการจัดการความขัดแย้งและปัญหาการสื่อสารด้วย

หลายปีก่อน นายไบรอัน สคูดามอร์ ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ ต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาบริษัท 1-800-GOT-JUNK? ซึ่งเป็นบริษัทรับขนขยะรีไซเคิลของแคนาดา ขณะที่เขากำลังอยู่ที่ทำงาน เขาจึงลงมือขีดเส้นบนกระดาษโดยแบ่งเป็น 2 ด้าน

ด้านหนึ่งเขียนสิ่งที่เขาชอบทำ เช่น การสร้างแบรนด์ คิดไอเดียในภาพใหญ่ ส่วนอีกด้านหนึ่ง เขียนสิ่งที่เขาต้องพยายามทำ เช่น ลงรายละเอียด การสั่งงานรายวัน นี่เป็นความซื่อสัตย์เวลาที่เขาไปขอความช่วยเหลือ จากจุดนั้น เขาได้จ้างประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ(ซีโอโอ)คนใหม่ เพื่อช่วยเขาแบ่งเบาภาระและเสริมจุดแข็งให้กับตัวเขาเองด้วย

2) สร้างวัฒนธรรมโปร่งใส-จริงใจ
ลองขอข้อเสนอแนะขณะที่งานของคุณใกล้จะเสร็จแต่ดูไม่น่าจะเวิร์ค โดยเฉพาะคนที่มักจะเออออห่อหมกกับคุณ โดยผลวิจัยใน 19 ประเทศ ชี้ว่า คนส่วนใหญ่จะพยายามทำให้คนอื่นรู้สึกพอใจ มีเพียงครึ่งหนึ่งของบรรดาลูกน้องเท่านั้น ที่เคยท้าทายเจ้านายด้วยการออกความเห็น

การสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้คนสบายใจจะแบ่งปันข้อเสนอแนะต้องเริ่มจากความไว้วางใจก่อน ซึ่งแนวความคิดนี้นำมาจาก 5 คุณลักษณะนิสัยที่ไม่ดีของทีม โดยแพทริค เลนชิโอนิ แต่ความไว้วางใจไม่ใช่สิ่งที่คุณแค่กล่าวออกมาว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แต่ต้องสร้างขึ้นมาและใช้มันบ่อยๆ

วิธีหนึ่งที่เรามักจะทำคือกรณีแบรนด์ "โอทูอี" (O2E) ที่ทำวัสดุก่อสร้าง ย้ำเสมอในกิจกรรม "พูดให้เหมือนผู้นำ" ว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องนำเสนอผลงานและให้บรรดาเพื่อนร่วมงานช่วยกันประเมินด้วยคำชม และสิ่งที่ต้องพยายามทำมากขึ้น แต่นี่เป็นการฝึกให้เกิดการยอมรับ รวมทั้งฝึกให้วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ และได้เรียนรู้ที่จะไว้วางใจเพื่อนร่วมงาน

อีกวิธีหนึ่งที่สำคัญคือการสร้าง "วัฒนธรรมที่โปร่งใสจริงใจ” อย่างเช่น การเป็นผู้นำที่เปิดเผยและซื่อสัตย์ และทำให้ทีมมีความรู้สึกสบายใจ ที่จะมอบความไว้วางใจกลับมา

3) นำมาปรับปรุงตัวเอง
เมื่อคุณขอข้อเสนอแนะกับลูกน้องคุณแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การตั้งใจฟังและนำมาปรับปรุงตัวเอง เช่นเดียวกับ หนึ่งในคำสอนของการเป็นผู้นำที่ดีคือ ผู้นำจะต้องยอมรับว่า “ถ้าจะเป็นผู้นำที่ดีที่สุด จะต้องช่วยเหลือบริษัท”

โทนี เชย์ เจ้าของบริษัทแซปโปส เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัท ซึ่งดูอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างมาก เขามักจะประเมินตัวเองและปรับปรุงเพื่อให้บริษัทดีขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ค่านิยมที่โดดเด่นของแซปโปสอย่างหนึ่งคือ “ถ่อมตัว”

เมื่อคุณรู้แล้วแล้วว่าอะไรบ้างที่คุณควรปรับปรุง จงลงมือทำทันที อย่าอยู่เฉยๆ โดยผลสำรวจชิ้นหนึ่งพบว่า 81% ของเจ้าของบริษัทเคยทำงานกับผู้นำที่มักล้มเหลวในการฟัง ไม่ว่าจะจ้างใครเพื่อมาเติมเต็มส่วนที่เป็นจุดด้อย หรือแม้จะได้รับการชี้แนะจากผู้จัดการที่ดำเนินการประชุมดีกว่าคุณ จงนำข้อเสนอแนะเหล่านั้นมาไตร่ตรอง และนำมาปรับปรุงตัวเองและบริษัทให้ดีขึ้น จงถาม ฟัง และปฏิบัติ ทำแบบนี้ซ้ำๆ ขั้นตอนที่ง่ายเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ที่ผู้นำหลายคนนำมาใช้ขับเคลื่อนบริษัทให้ก้าวหน้า

source: inc.com

Published on July 5, 2016