วิธีตั้งตัวใหม่ได้ทุกวัย

เมื่อโลกโหดร้ายจนคุณล้มลง ขอให้ลุกขึ้นยืนใหม่โดยใช้ 9 ขั้นตอนเหล่านี้ เปลี่ยนตัวคุณให้มีชีวิตที่คุ้มค่าอีกครั้ง

เราหลายคนต่างเข้าใจความรู้สึกของการต้องเริ่มต้นใหม่เป็นอย่างดี ทั้งการเริ่มใหม่เอง และการที่สิ่งรอบตัวหลายปัจจัยบังคับให้คุณต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตครั้งใหญ่
อย่างที่ทราบกันดี เราต่างรับข้อความเตือนจากจักรวาล และถ้าเราไม่ได้ยินข้อความพวกนั้น ก็จะต้องล้มลงนอนลงกับพื้นเพื่อเรียนรู้จากความเจ็บปวด
ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรง ความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือครอบครัวที่ไม่ดี ธุรกิจล้มเหลว ความท้าทายในการก่อร่างสร้างตัว หรือการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้องนัก คุณอาจพบเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือทั้งหมดที่ว่ามาก็ได้ แล้วเราควรทำอย่างไรเมื่อต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

1. ทบทวนชีวิตตัวเอง
การรู้จักชีวิตตัวเองนั้นง่ายมาก ก็แค่วาดวงกลมแล้วแบ่งเป็นส่วนๆ ได้แก่ 1) ชีวิต 2) เงินทอง 3) ความสัมพันธ์ 4) การศึกษา 5) ความเชื่อ 6) อาชีพ

ลองให้คะแนนส่วนต่างๆ โดย10 หมายความว่ายอดเยี่ยม และ 1 หมายความว่าต้องปรับปรุงได้แล้ว คุณแค่ต้องเพิ่มคะแนนให้เต็ม 60 และจากจุดนั้น คุณก็จะรู้ทันทีว่าคุณต้องเพิ่มส่วนไหนเป็นอันดับแรก และถ้าทุกส่วนของชีวิตได้คะแนนน้อย ก็ชัดเจนว่า คุณต้องพัฒนาตัวเองมากกว่านี้ตามความสำคัญในชีวิต

2. กลับมาเล่นเกมอีกครั้ง
คุณต้องสร้างแผนใหม่ๆ เพื่อทำให้ตัวเองก้าวไปข้างหน้า ด้วยการตั้งคำถามกับตัวเองว่า มาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตของคุณคืออะไร และลองเขียนพฤติกรรมที่ทำให้คุณไปไม่ถึงเป้าหมาย แล้วพยายามอย่าทำสิ่งเหล่านี้

3. เริ่มต้นใหม่
ไม่มีสิ่งใดบนโลกมีพลังกว่าคนที่อยู่รอบตัวคุณ คนเหล่านี้ มีผลต่อความเร็วในการเปลี่ยนตัวเองของคุณ เพียงแต่คุณต้องหาคนที่่ 1) ท้าทายความเชื่อและมุมมองเดิมๆ ของคุณ 2) อยู่เคียงข้างคุณเมื่อคุณมีปัญหา 3) ยินดีเมื่อคุณประสบความสำเร็จในชีวิต

4. เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว
ลองเปลี่ยนให้ตัวเองรู้สึกสนุก เมื่อต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทุกครั้ง อย่างเช่น ออกไปทำผมทรงใหม่ หรือย้อมสีผม, เพิ่มหรือลดน้ำหนัก, ทานอาหารดีๆ, ซื้อแว่นตากันแดดหรือเครื่องประดับชิ้นใหม่, ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ หรือแม้แต่โยนแว่นตาทิ้งแล้วทำเลสิก เพราะการเปลี่ยนสไตล์ตัวเองจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและพลังงานได้

5. ทิ้งความกลัวไว้ข้างหลัง
อย่าเอาความกลัวที่เกิดจากคำพูดของคนอื่นมาคิดมาก เพราะสิ่งที่คนอื่นๆพูด คือความกลัวและความเชื่อของคนๆนั้นไม่ใช่ของคุณ
มีหนังสือชื่อ “เผยตัวตนผู้หญิงใจเด็ด” ของเมลิสซา อัมโบรซินี ที่พูดถึงการออกจากอพาร์ตเมนท์ในเมืองแห่งความกลัว เพื่อไปอยู่ในคฤหาสน์ในเมืองแห่งความรัก ซึ่งอธิบายว่า คนเรามักพบกับ 2 ทางเลือกตลอดเวลา คือ การแสดงออกว่า ตัวเองมาจากเมืองแห่งความกลัว หรือเมืองแห่งความรัก ถ้าหากคุณโกหก ขี้โกง ขี้ขโมย ชอบรังแก ชอบแฉ แสดงอำนาจ ใช้ความรุนแรง หรือแก้แค้น คนอื่นจะทราบว่าคุณมีพื้นฐานมาจากความกลัว แต่ถ้าหากคุณเลือกที่จะรัก เห็นใจ เข้าใจ ชอบแก้ปัญหา สร้างผลงาน ชอบฟัง อ่อนโยน และสร้างกำลังใจ ก็แปลว่าคุณมีความรักเป็นพื้นฐาน และความรักก็ชนะทุกสิ่งได้ เพื่อเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ แม้แต่ความกลัวในใจคุณเอง

6. ทำในสิ่งที่รัก
เพียงแค่คุณต้องค้นหาให้เจอในสิ่งที่คุณรักและทุ่มเทแรงกายแรงใจกับมัน โดยเริ่มจาก 1) หากิจกรรมที่คุณชอบทำจนเพลิน 2) ตรวจสอบว่าคุณทำสิ่งนั้นจนลืมวันลืมคืนหรือไม่ 3) ถ้าใช่ เมื่อใดเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณรู้สึกตื่นเต้นกับมัน

7. ทุ่มเทกับสิ่งนั้นจริงๆ
นี่คือขั้นตอนที่น่ากลัวที่สุดสำหรับหลายคน เพราะต้องอาศัยความทุ่มเทในการการค้นหาให้ลึกซึ้งภายในจิตใจว่า คุณเป็นใคร คุณชอบอะไร และการใช้ชีวิตสำคัญกับคุณอย่างไร จากนั้นจึงค่อยทุ่มเทกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่หลายคนใช้เวลานานกว่าจะลงหลักปักฐานกับสิ่งที่รักจริงๆได้ ตัวอย่างเช่น เสียเวลาไปกับการลองเสพยา, เปลี่ยนคู่รักบ่อยครั้ง, ดื่มเหล้า, ทานอาหาร, ชอปปิ้ง, ใช้ชีวิตสุดขั้ว แต่สุดท้ายกลับเลิกล้มไปโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมา

8. กล้าเสี่ยง
หากสิ่งที่คุณชอบจริงๆ เป็นสิ่งที่คุณยังไม่ได้ลองทำอย่างจริงจัง การลองเสี่ยงทำเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ลองนึกถึงตอนที่ต้องดิ่งพสุธาจากเครื่องบิน แม้หลายคนรู้สึกกลัวจนแทบอาเจียนก่อนลองกระโดด แต่พบว่าตัวเองอยู่กลางอากาศแล้ว จะกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิต

9. อย่าทำสิ่งเดิมๆ
ถึงเวลาที่จะเดินออกจากม้าหมุนแล้ว และต้องตัดสินใจว่าอะไรที่ดี หรือไม่ดีกับตัวเอง ลองคิดถึงวิธีการใหม่ๆ ในการเปลี่ยนตัวเองเพื่อสร้างพฤติกรรม นิสัย กลยุทธ์ใหม่ และในที่สุดก็จะได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ ออกมา
เมื่อภาพจิ๊กซอว์ร่วงลงบนพื้น จนต้องต่อใหม่ ลองต่อด้วยวิธีใหม่ๆ คุณอาจได้ผลงานชิ้นโบว์แดงแบบใหม่ก็ได้

source: inc.com

Published on July 20, 2016