‘เคฟิต-กวาวาพาส’ 2 สตาร์ทอัพเพื่อคนรักฟิตเนส

การนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ เพื่อรวบรวมความสามารถที่ไม่เคยใช้งานก่อน และนำเสนอผ่านทางออนไลน์

เคฟิต (KFit) และกวาวาพาส (GuavaPass) ต่างเสนอบริการสมาชิกรายเดือนสำหรับสถานที่ออกกำลังกายหลายแห่ง ที่จะให้สมาชิกเข้าถึงเครือข่ายฟิตเนส สตูดิโอ และบริการฟิตเนสต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรกัน

กวาวาพาส เปิดทางให้สมาชิกเลือกกิจกรรมฟิตเนสต่างๆ ได้ ไล่ตั้งแต่ การยกน้ำหนัก และลู่วิ่งแบบดั้งเดิม ไปจนถึง โยคะ พายเรือ คิกบ็อกซิ่ง และครอลฟิต โดยสามารถจองเวลาเข้าร่วมคลาส หรือใช้งานอุปกรณ์ ผ่านเว็บไซต์ หรือแอพบนมือถือ

บริการนี้ ถือว่าสมบูรณ์แบบสำหรับกลุ่มคนที่พยายามค้นหาว่า การออกกำลังกายแบบใดที่เหมาะสมสำหรับพวกเขา หรือคนที่ชอบการออกกำลังกายแบบหลากหลายรูปแบบ และสำหรับคนที่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่จะออกกำลังอยู่ที่ฟิตเนสเพียงแห่งเดียว

การรวมพื้นที่ฟิตเนสเช่นนี้ ถือว่าสมเหตุสมผลกับย่านชุมชนเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยิม และสถานออกกำลังกายต่างๆ มักจะกระจุกตัวอยู่ตามพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง อย่างย่านธุรกิจ หรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

กวาวาพาส ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 โดยเจฟฟรีย์ หลิว และโรเบิร์ต แพคเตอร์ มีให้บริการทั้งในกรุงเทพมหานคร สิงคโปร์ กรุงมะนิลา กรุงจาการ์ตา ฮ่องกง นครดูไบ นครเซี่ยงไฮ้ กรุงไทเป และกรุงโซล

ส่วนเคฟิต ซึ่งเปิดตัวขึ้นในปี 2558 เช่นกัน โดยโจเอล นีโอห์ ผู้ก่อตั้งกรุ๊ปปอง มาเลเซีย ถือว่าเป็นทางเลือกที่ราคาย่อมเยากว่า เปิดให้จองแบบเป็นอย่างไๆ ไป และจำกัดให้สมาชิกใช้บริการเฉพาะฟิตเนสที่อยู่ภายในเมืองของตัวเองเท่านั้น แต่มีความเหนือกว่า กวาวาพาสตรงที่มีความหลากหลายมากกว่า โดยเมื่อเดือนก.พ. 2559 เพิ่งเปิดให้มีบริการเพิ่มเติมจากการออกกำลังกาย อย่าง สปา นวด และบริการเสริมความงาม

เมื่อต้นปีนี้ เคฟิตยังระดมทุนได้อีก 12 ล้านดอลลาร์ ทำให้มียอดเงินลงทุนโดยรวมอยู่ที่ 15.25 ล้านดอลลาร์
สตาร์ทอัพทั้ง 2 รายนี้ ยังเกิดขึ้นตามหลัง คลาสพาส ซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยูในสหรัฐ และเปิดตัวขึ้นในปี 2556 ปัจจุบันมีให้บริการในพื้นที่ต่างๆ มากกว่า 8,000 แห่งทั่วโลก

ในด้านของสถานที่ออกกำลังกายนั้น การเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์ม ที่ใช้รูปแบบการสมัครสมาชิก อย่าง เคฟิต กวาวาพาส และคลาสพาสนั้น จะทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้ และมีคนเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ผ่านทางการร่วมมือกัน แทนที่จะต้องมาแข่งขันกันเอง

อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นเรื่องสมเหตุผลสำหรับสถานออกกำลังกายขนาดใหญ่ ที่จะนำคลาสออกกำลังกายของตัวเองเข้าไว้ในเคฟิต หรือกวาวาพาส เพราะมีเครื่องเล่น และทรัพยากรจำนวนมาก ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ที่อาจไม่ได้มาใช้บริการเป็นประจำ แต่ในระยะยาวนั้น ดูเหมือนว่า ผู้ให้บริการที่มีขนาดเล็ก จะต้องดิ้นรนมากกว่า จากการทำธุรกิจรูปแบบนี้

กระนั้นก็ตาม สิ่งที่แน่นอนที่สุด สำหรับเรื่องนี้ก็คือ ไม่ว่าสตาร์ทอัพทั้ง 2 รายนี้ จะกลายเป็น “อูเบอร์แห่งฟิตเนส” หรือไม่ก็ตาม แต่การที่อัตราการใช้บริการฟิตเนสในเอเชียโดยเฉลี่ยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ชัดเจนว่า อุตสาหกรรมนี้ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมากในเอเชีย

source: bangkokbiznews.com

Published on July 20, 2016